โรคเบาหวาน (Diabetes)และ
ลิฟเวล(LIFVEL)
โรคเบาหวาน คือ ปัสสาวะหวานนั้นเอง
ซึ่งสาเหตุที่ทำให้
ปัสสาวะหวานเพราะร่างกายเราไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้
หมด
น้ำตาลที่เหลือก็จะผสมอยู่ในกระแสเลือดและถูกไตขับ
ทิ้งออกจากร่างกายทางปัสสาวะ เป็นเหตุให้ปัสสาวะหวาน
สาเหตุที่ทำให้น้ำตาลเกินในกระแสเลือด
· คนปกติ
ตับอ่อนจะผลิตฮอร์โมนที่ชื่อ อินซูลินออกมา
ซึ่ง อินซูลินมีหน้าที่นำน้ำตาลออกไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน คนเป็นเบาหวาน
ถ้าอินซูลินเกิด บกพร่องจะทำให้อินซูลินนำน้ำตาลไปให้เซลล์ต่างๆได้น้อย จึง เหลือน้ำตาลในกระแสเลือดมากเกินไปเป็นสาเหตุให้ ปัสสาวะออกมาหวาน
สาเหตุที่ทำให้อินซูลินไม่มีคุณภาพหรือมีปริมาณน้อย
1. ตับอ่อนผลิตอินซูลินออกมาได้น้อยลง
จึงทำให้มีอินซูลินน้อยกว่าปริมาณน้ำตาล
น้ำตาลที่เหลือจะไปอยู่ใน
กระแสเลือด มากทำให้กลายเป็นเบาหวาน
ในคนอ้วน
อินซูลินไม่สามารถพาน้ำตาลไปได้
เพราะเซลล์ไขมันจะผลิตฮอร์โมนบางตัวออกมารบกวนการทงาน
ของอินซูลิน
ทำให้อินซูลินทำงานได้ไม่เต็มที่
2. สตรีมีครรภ์
ในสตรีบางคนเวลาตั้งครรภ์จะผลิตฮอร์โมนบางตัวออกมารบกวนการทำงานของอินซูลิน
3. อินซูลินบกพร่อง ซึ่งพบน้อยมากเกิดจากการผิดปกติของยีนต์
กลุ่มเสี่ยงเป็นเบาหวาน
1. มีญาติเป็นเบาหวาน
2. คนอ้วน น้ำหนักเกิน
จะพบว่าคนอ้วนเป็น เบาหวานถึง 85 เปอร์เซ็นต์
3. คนที่มีประวัติว่าตั้งครรภ์แล้วแท้งบ่อยๆ
สาเหตุคือ แม่เป็นเบาหวานแล้วไม่ทราบทำให้โอกาสแท้งได้
4. ผู้ที่เป็นแผลติดเชื้อบ่อย เช่น
แผลที่มือ เท้า ปัสสาวะอักเสบ เป็นแผลหายยากหายช้าต้องรีบไปตรวจ
วิธีตรวจเบาหวาน
วิธีการตรวจหาค่าน้ำตาลในเลือดแบบคราวทำได้ง่าย
ด้วยเครื่องตรวจเบาหวานโดยการเจอะเลือดบริเวณปลายนิ้ว
แค่หยดเดียวก็จะรู้ค่าของน้ำตาลในเลือดได้แล้ว
สามารถทำ
เองได้ที่บ้าน
ค่าของน้ำตาลในเลือด
คนปกติ ก่อนทานอาหาร
ต้องมีน้ำตาลในเลือด ต่ำกว่า
100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
หลังอาหาร ต่ำกว่า 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
คนที่เป็นเบาหวาน ค่าของน้ำตาลในเลือด
มากกว่า 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก่อนทานอาหาร
และ มากกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หลังจากทานอาหาร
และ มากกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หลังจากทานอาหาร
คนที่อยู่ระหว่างกลาง ผู้ที่อยู่ระหว่าง 100-125
ก่อนทาน
อาหาร และ 140-199 หลังทานอาหารนั้นอยู่ใน กลุ่มเสี่ยงอาจ
เป็นหรือไม่เป็นก็ได้ ต้องทำการตรวจไหม่
โดยการเจาะเลือด
จากเส้นเลือดดำซึ่งจะก่อนทำการตรวจต้องอดอาหาร 6-8
ช้่วโมง ในตอนกลางคืน แล้วมาเจอะเลือดในตอนเช้า
หลังจาก
เจอะครั้งแรกจะต้องดื่มน้ำตาลกลูโคสทันที 1 แก้วให้หมด
ภายใน
5 นาที แล้วรออีก 2 ชั่วโมงจึงจะทำการเจอะเลือดอีก
ครั้งเพื่อดูความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังจากที่ร่างกายได้
รับน้ำตาล
ดูว่าฮอร์โมนอินซูลินจะยังมีคุณภาพสามารถพา
น้ำตาลไปใช้ได้ดีขนาดใหน
มีเหลือตกค้างหรือไม่
อาการโรคเบาหวานเบื้องต้น
1. เข้าห้องน้ำบ่อย
เข้าห้องน้ำบ่อยมากขึ้น
รู้สึกเหมือนต้องการปัสสาวะทั้ง
วัน
ซึ่งการถ่ายปัสสาวะจะบ่อยขึ้นหากมีระดับน้ำตาลกลูโคส
ในเลือดสูงเกินไป
หากไม่มีฮอร์โมนอินซูลิน หรือมีแต่ทำงาน
ได้ไม่มีประสิทธิภาพ ไตจะไม่สามารถกรองเอากลูโคสกลับ
เข้าไปในกระแสเลือดได้
จึงต้องพยายามดึงน้ำออกจากเลือด
เพื่อเจือจางกลูโคส
ทำให้กระเพาะปัสสาวะเต็มและทำให้คุณ
ต้องไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆ
2. ความกระหายน้ำที่ไม่อาจบรรเทาได้
หากคุณรู้สึกหิวน้ำจนต้องดื่มน้ำมากกว่าปกติ
และรู้สึก
ว่าดื่มน้ำเท่าไหร่ก็ไม่พอ อาจเป็นสัญญาณเตือนของเบาหวาน
ได้
โดยเฉพาะหากมีอาการปัสสาวะบ่อยร่วมด้วย
เนื่องจากเมื่อ
ร่างกายต้องขับน้ำออกจากกระแสเลือดเป็นปริมาณมากจน
คุณต้องเข้าห้องน้ำบ่อย
คุณจะมีภาวะขาดน้ำ และรู้สึกว่า
จำเป็นต้องดื่มน้ำมากขึ้นเพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป
3. น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
อาการนี้จะเด่นชัดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ในเบา
หวานชนิดที่ 1 ตับอ่อนจะหยุดผลิตอินซูลิน
ซึ่งอาจเนื่องมา
จากการที่มีเชื้อไวรัสไปทำลายเซลล์ตับอ่อน
หรือเกิดจากการ
ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
ทำให้ร่างกายโจมตีเซลล์ที่
ผลิตอินซูลิน ร่างกายจะพยายามแสดงหาแหล่งพลังงานอื่นๆ
อย่างหนักเนื่องจากเซลล์ในร่างกายไม่ได้รับกลูโคส
จนกระทั่ง
เริ่มสลายกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อไขมันเพื่อนำมาเป็นพลังงาน
ในขณะที่เบาหวานชนิดที่ 2 อาการจะเริ่มเป็นมากขึ้นทีละน้อย
เนื่องจากภาวะร่างกายดื้อต่ออินซูลิน
ทำให้น้ำหนักลดอย่างไม่
ชัดเจนมากนัก
4. อ่อนเพลียและเหนื่อยล้า
สาเหตุเนื่องจากกลูโคสตัวดีอีกเช่นกัน
ตามปกติ
กลูโคสที่ได้รับจากการกินอาหารจะดูดซึมเข้าไปในกระแส
เลือด
ซึ่งอินซูลินจะช่วยเคลื่อนย้ายกลูโคสเข้าไปในเซลล์
ต่างๆของร่างกายอีกขั้นหนึ่ง
เซลล์ก็จะนำกลูโคสนี้ไปผลิต
พลังงานที่ใช้ในการดำรงชีวิต เมื่อไม่มีอินซูลิน
หรือเซลล์ของ
ร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินอีกต่อไป
กลูโคสก็จะคงอยู่ใน
กระแสเลือดนอกเซลล์ เซลล์ร่างกายก็จะขาดแคลนพลังงาน
ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยง่ายและร่างกายทรุดโทรมลงเรื่อยๆ
5. มีอาการเหน็บชาหรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่มบริเวณมือ
ขา หรือเท้า
อาการนี้เรียกว่าเส้นประสาทอักเสบ
ซึ่งจะเป็นมากขึ้นที
ละน้อย
เนื่องจากกลูโคสในกระแสเลือดที่สูงเกินไปตลอดเวลา
จะทำให้ระบบประสาทเสียหาย
รวมทั้งบริเวณแขนขาด้วย ใน
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อาการมักจะค่อยเป็นค่อยไป จนคน
หลายคนไม่รู้ตัวว่าตนเองมีอาการนี้ ดังนั้นระดับน้ำตาล
ในเลือดอาจสูงมาเป็นเวลาหลายปีก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัย
ความเสียหายของเส้นประสาทจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว
บ่อย
ครั้งที่อาการเส้นประสาทอักเสบสามารถดีขึ้นได้ด้วยการ
ควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมาย
อย่างเคร่งครัด
6. อาการและสัญญาณเตือนอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นได้
อาการตามัว ผิวหนังแห้งหรือคัน
มีการติดเชื้อบ่อยขึ้น
บาดแผลที่ใช้เวลานานผิดปกติกว่าจะหาย
ก็เป็นสัญญาณ
เตือนว่ามีบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
เมื่ออาการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเบาหวาน
ก็เป็นผลจาก
การที่มีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงเกินไป
หากคุณสังเกต
ว่าตนเองมีอาการข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้
แน่ใจ
การดูแลและรักษาเบาหวาน
การวางแผนการบริโภคอาหารและตำหรับต่างๆในผู้ป่วย
เบาหวาน การรักษาแบบธรรมชาติหรือตามหลักอายุรเวทที่จะ
ช่วยให้ควบคุมโรคเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สมุนไพรบางชนิดที่มีประโยชน์มากในการรักษาโรคเบาหวาน
มีสมุนไพรหลายชนิดที่พบว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาเบา
หวานและลดระดับน้ำตาลในเลือด
ข้อดีที่สุดของการใช้ยา
สมุนไพรรักษาเบาหวานเหล่านี้คือมักไม่มีผลข้างเคียง
ต่อไปนี้
จะเป็นรายชื่อสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพในการรักษาเบาหวาน
มากที่สุด มะระ
มะตูม ผักจินดา ลูกซัด ขมิ้นชัน หัวหอม
แพงพวยฝรั่ง สะเดา กระเทียม เทพี
ตำหรับอายุรเวทในการรักษาเบาหวาน
มะระ
ถือว่าเป็นสมุนไพรที่ดีที่สุดสำหรับเบาหวาน ดื่ม น้ำมะระอย่างน้อย 1 ช้อนโต๊ะทุกวันจะช่วยลดระดับน้ำตาลใน เลือดและในปัสสาวะ การนำมะระมาทำเป็นเนยใส
(ฆี) กินเป็น เวลา 3 เดือนจะช่วยลดเบาหวานลงได้อย่างชัดเจน
นำน้ำมะขามป้อม
1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำมะระสดหนึ่ง ถ้วย ดื่มทุกวันเป็นเวลา 2 เดือนจะช่วยให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้มากขึ้น
ดื่มน้ำ 1 แก้วร่วมกับใบกะเพรา 10 ใบ
ใบสะเดา 10 ใบ
และกระเทียม 10 กลีบ
ตอนเช้าขณะท้องว่าง จะช่วยให้
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี
นำเมล็ดผักจินดา
(100 กรัม) ขมิ้นชัน (50 กรัม)
และ
พริกไทยขาวมาบดรวมกัน กินผงที่บดแล้ว 1 ช้อนชาพร้อม
กับนม 1
แก้ว วันเว้นวัน นำน้ำเปล่า 1 ถ้วยใส่ในภาชนะ
ทองแดง
1 คืนแล้วนำมาดื่มตอนเช้า
วางแผนการบริโภคอาหารและโภชนาบำบัด
เบาหวานเป็นโรคหนึ่งที่จะกำเริบรุนแรงหากกินอาหาร
ผิดชนิด ดังนั้น การวางแผนการบริโภคอาหารเป็นวิธีหลักใน
การจัดการกับเบาหวาน หลีกเลี่ยงการกินน้ำตาลในทุกรูป
แบบ ข้าว มันฝรั่ง ผลไม้ และธัญพืชที่มีปริมาณน้ำตาลสูง
กินอาหารจำพวกผักใบเขียว ถั่วเขียวผิวดำ
ถั่วเหลือง
ปลา ฯลฯ ให้มากที่สุด ควรกินผักบางชนิด เช่น มะระ
ถั่วฝักยาว แตงกวา
หัวหอมและกระเทียม ผลไม้ เช่น มะขาม
ป้อม ลูกหว้า องุ่น และธัญพืชจำพวกถั่วชิคพีวะ
ถั่วเขียวผิวดำ
เป็นประจำ
ผักสดและสมุนไพรมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นตับอ่อน
และช่วยในการผลิตอินซูลิน
การดูแลตัวเอง
* หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน
* หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
* หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
* ดูแลดวงตาให้มีสขภาพดี
* ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
* ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
* ดูแลเท้าเป็นพิเศษ
หลักการเลือกซื้อเครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือด
1. ขนาดของเครื่อง
ควรเลือกซื้อเครื่องที่มีขนาดกระทัดรัดเบาบาง เหมาะในการพกติดตัวไปใหนมาใหนได้สะดวก
โดย เฉพาะเมื่อต้องการเดินทางบ่อยๆ
2. ขนาดของหน้าจอหรือปุ่มสัมผัส
ต้องง่ายต่อการใช้งาน การเก็บข้อมูล
ภายในตัวเครื่องควรที่จะมีหน่วยความจำที่ สามารถบันทึกข้อมูลในการวัดระดับน้ำตาลครั้งก่อนๆเอาไว้ได้ และสามารถถ่ายโอนข้อมูลนั้นไปยังโทรศัพท์มือถือหรือ คอมพิวเตอร์ได้โดยตรง
โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการส่งข้อมูลนั้นไปให้กับแพทย์โดยที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางไปโรงพยาบาล
3. วิธีการประเมิณผล
เครื่องวัดควรจะประมวลและอ่านผลได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ซึ่งมีความ จำเป็นอย่างมากในช่วงเวลาฉุกเฉิน
4. คุณสมบัติเพิ่มเติมอื่นๆ ที่เพิ่มความสะดวกไช้งาน
4. คุณสมบัติเพิ่มเติมอื่นๆ ที่เพิ่มความสะดวกไช้งาน
ได้มากขึ้น เช่น
การมีแสงที่ช่วยให้มองเห็นได้ในเวลากลาคืน สามารถวัดอุณหภูมิได้
หรือการอ่านค่าออกมาเป็นเสียงพูด
เป็นต้น
ทำไมคนเป็นเบาหวานบางทีต้องตัดขา?
โดยปกติเมื่อเป็นแผลและเกิดการติดเชื้อร่างกายนั้นจะมี
เม็ดเลือดขาวคอยไปกำจัดแบคทีเรียที่เข้ามาในร่างกาย
แต่
เพราะเส้นเลือดที่ขาจะยาวกว่าเส้นเลือดที่แขน
ทำให้โอกาสที่
เส้นเลือดจะผิดปกติมีมากกว่า
เมื่อเส้นเลือดตีบตันเลือดที่ไป
เลี้ยงปลายขาก็จะน้อยลง ถ้าเกิดเป็นแผลแม้จะเป็นเพียงแผล
เล็กๆแต่ถ้าเกิดการติดเชื้อจะทำให้แผลเน่าเร็วขึ้น
เพราะเม็ด
เลือดขาวไม่สามารถเข้าไปกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้
จึงจำเป็น
ต้องตัดขาทิ้งเพื่อไม่ให้แผลเน่าลุกลาม
ความรู้เกี่ยวกับเบาหวาน
เพราะตับอ่อนไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลีนออกมาได้
แสดงว่ามีปัญหาเรื่องตับอ่อน
เบาหวานทำให้ตาบอดได้
เบาหวานทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงตาเกิดผิดปกติ เส้นเลือดแตกแล้วไปกระจายอยู่ใน จอตา ทำให้การเห็นภาพผิดปกติ
เพื่อป้องกันการเกิดอาการเบื้องต้นของโรคเบาหวาน
Livitanutrics ขอแนะนำ ผลิตภัณฑ์ LIFVEL
Livitanutrics
มีอาหารเสริมผู้ป่วยเบาหวาน คือ LIFVEL มีสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ
ลดสาเหตุโรคเบาหวานเพราะมีฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือด และโครเมียม
พิโคลิเนตที่มีช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานในปริมาณสูง
ผลิตภัณฑ์
LIFVEL ลิฟเวล
สามารถแก้ปัญหา
โรคเบาหวานอย่างได้ผล
ปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 30 แคปซูล ราคา 1,900 บาท
ดูข้อมูลที่ http://lifvelmirvalai.blogspot.com
สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ จุฑาชลัท อินทวะระ โทร. 082-0571981
097-3983248
ID Line : valai369
อีเมล์
: kprimss@gmail.com

.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)









.jpg)

.jpg)



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น